สุดช็อกหนุ่มขายรถราคา 485,000 บาท จึงนำเงินไปฝากธนาคารแต่พอจะใช้เงินกับต้องตกใจ

วันนี้ขอนำเสนอข่าวซึ่งได้รับการรายงานบนโลกโซเชียลและสังคมออนไลน์โดยการแชร์ข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับหลายหลายคน ซึ่งสมาชิกพันทิปท่าน 1 ได้ออกมาแชร์ข้อมูลดังกล่าวนี้ โดยทำการเราเป็นเรื่องให้ฟัง โดยเรื่องราวก็มีว่าชายคน 1 ได้เปิดการขายรถในราคา 485,000 บาท ซึ่งการขายรถนั้นก็เป็นไปด้วยความรู้ร่วงในเวลาเที่ยงตรง และหลังจากนั้นเค้าก็ได้นำนำเงินเข้าไปฝากที่ธนาคารประมาณเวลา 12:30 น. ที่ธนาคารแห่ง 1 ในห้างดังในกรุงเทพแถวลาดพร้าว ซึ่งในช่วงเย็นนั้นเขาได้ไปรับลูกของเขาและภรรยาเพื่อมาทานข้าวในห้างดังกล่าว แล้วหลังจากนั้นเขาได้เดินไปตู้เอทีเอ็ม

เพื่อจะกดเงินออกมาใช้จ่ายแต่กลับพบว่าตังค์ในบัญชีเหลือเพียง 500 บาทเท่านั้น ซึ่งทำให้เขาสุดช็อกและงงอย่างมากสำหรับเงินที่เพื่อนฝากไปจำนวน 485,000 บาทในเมื่อช่วงเที่ยงนั้นได้สูญหายไปเมื่อตอนเย็น เค้าจึงรีบไปที่ธนาคารเพื่อให้ธนาคารเช็คเกี่ยวกับเงินที่ถูกถอนออกไป โดยธนาคารนั้นต้องการบัตรประชาชนและสมุดบัญชีจึงให้เค้าต้องกลับเข้าไปที่บ้านเพื่อนำมาอีกครั้ง ซึ่งผลสุดท้ายได้คำตอบจากทางธนาคารว่าเงินของคุณถูกดึงกลับ โดยต้นบัญชีหลัก ซึ่งทำให้เขาต้องตกใจอย่างมากและที่สำคัญเค้าแทบจะทรุดลงกับพื้นในขนาดนั้นเลยทีเดียว และหลังจากนั้นเขาได้โทรกลับไปที่คนที่มาซื้อรถให้เขา

 

ซึ่งเค้าโทรไปได้แค่ 2 ครั้งก็ไม่มีคนรับสายแถมครั้งที่ 2 ยังโดนตัดสายอีกด้วย จึงทำให้เขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำไมถึงเกิดขึ้นกับตัวของเขา หลังจากนั้นธนาคารได้กล่าวและพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวให้ทราบว่าเป็นความผิดของทางธนาคารเองซึ่งธนาคารให้เด็กใหม่เป็นคนทำบัญชีให้ ซึ่งสาเหตุดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพราะว่าพนักงานทางธนาคาร ลืมหักค่าธรรมเนียมจึงได้ดึงเงินดังกล่าวกลับมาจนหมด ซึ่งเรียกได้เลยว่าเป็นสิ่งที่สามารถไปดูทาหรให้หลายหลายคนอย่างมากจึงได้เกิดประเด็นคำถามว่าพนักงานธนาคารสามารถดึงเงินกลับ โดยที่ไม่แจ้งเจ้าของบัญชีได้จริงหรือไปดูถ้าขอที่ทุกคนต้องระวัง

เสี่ยเปี๊ยกยิงเมียดับเข้ามอบตัวแล้ว

ล่าสุดวันนี้ได้มีกรณีที่ นายสกฤษ์พล หรือว่า เสี่ยเปี๊ยก เขานั้นเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ยิงนางวลัยพร ภรรยาเสียชีวิตที่ในห้องนอนของคฤหาสน์สุดหรูที่บนถ.รัตนาธิเบศร์ของ  จ.นนทบุรี และก่อนที่เขาจะขับรถเบนซ์คันหรูหลบหนีไปหลังจากที่เกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืน แล้วในวันเกิดเหตุนั้นเป็นคืนของวันที่ 26 ต.ค.58 ที่ผ่านมาค่ะ

 

และเมื่อล่าสุดเวลา 12 .30 น. ที่สภ.บางศรีเมืองทางด้านเสี่ยเปี๊ยกได้มาพร้อมกับทางทนายความส่วนตัว และเดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.บางศรีเมือง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้สอบปากคำอย่างละเอียดแบบที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป และทางเสี่ยเปี๊ยกก็ขอร้องไม่ให้มีการถ่ายภาพข่าวและปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆด้วย

 

หลังจากที่ได้ให้ปากคำเรียบร้อยทางเสี่ยเปี๊ยกได้วางเงินสด 2 ล้านบาทเพื่อที่จะประกันตัวออกไปสู้คดี และได้ขึ้นรถเล็กซัสออกไปพร้อมกับทางทนายความ ทางตำรวจได้ตั้ง 3 ข้อหา นั้นก็คือ การฆ่าคนตายโดยเจตนา ทั้งยังมีมือาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองอีกด้วย และสุดท้ายก็ได้พกพาอาวุธปืนและมีเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเลย

จองเป็นเจ้าภาพกฐินแต่ดันเป็นสุขปริศนาในวันงาน

โดยในช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้ออกมารายงานและได้รับข่าวสารจากสถานีตำรวจสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัยซึ่งมีการรับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งบริเวณห้องโถงกลางบ้านพบศพนายปราณีตอายุ 48 ปีสภาพเฉยสายไฟเครื่องดูดฝุ่นผูกคอกับหิ้งไว้ที่วางรูปวันพระลูกบุรุษ ซึ่งในท่านั่งเหยียดขาโดยสภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาวนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวสวมรองเท้าแตะเจ้าหน้าที่

 

ช่วยกันนำศพมาวางที่พื้นบ้านด้วยจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งกล่าวเพียงคนเดียวตามลำพัง และได้จองเป็นเจ้าภาพกฐินที่วัดคลองยางในเช้าวันนี้จนกระทั่งสายเพื่อนบ้านเห็นว่าผู้ตายไม่ได้มาที่วัดจึงได้เข้ามา ตามหาจึงพบว่าเจ้าตัวได้ผูกคอตายซึ่งขณะที่นายกมลหัวหน้าศูนย์พิทักษ์ประชากู้ภัยสว่างโลกและเจ้าหน้าที่กำลังช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้ตายระหว่างที่กำลังยกศีรษะปรากฏว่าได้มีเลือดไหล

 

ออกมาจำนวนมากจากทางด้านหลังศีรษะจึงได้โทรแจ้งโรงพยาบาลสวรรค์โลกและนำศพผู้ตายกลับมาตรวจชันสูตร ที่โรงพยาบาลอีกครั้งและพบว่าผู้ตายนั้นมีหลังศีรษะของผู้ตายมีรอยช้ำและรอยแตกเลือดเปื้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพผู้ตายไปผ่าชันสูตรอีกครั้งและโรงพยาบาลพุทธะชินอราชจังหวัดพิษณุโลกเพื่อหาข้อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งนั่นเอง

หุ่นดีอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับชมพูอารยากับการฟิตหุ่นพร้อมทั้งซิกแพคสุดเป๊ะ

โดยในช่วงที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นบรรดาดาราทั้งหลายได้ออกมาทำการฟิตหุ่นและออกกำลังกายเป็นอย่างมากถึงล่าสุดนั้นกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วในตอนนี้ซึ่งนอกจากเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่สำหรับดาราสาวชมพู่อารยาแล้วแต่คุณทราบหรือไม่ว่าเธอยังเป็นตัวแม่อีกด้วยสำหรับเรื่องของการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ

 

ซึ่งในช่วงนี้นั้นอาจจะเห็นได้เลยว่าสาวชมพู่นั้นกำลังดีหุ่นที่ฟิตและเฟิร์มพร้อมทั้งซิกแพคสุดเป๊ะอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งซิกแพคที่ได้เห็นกันนั้นเป็นซิกแพคที่เห็นกันอย่างชัดเจนและเต็มตากันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบในไหนหรือเพื่อนกันอยู่ค้าของเธอ

 

ซึ่งเธอได้ลงทุนและลงแรงเพื่อจะได้ ซิกแพคก่อนนี้มานั่นเองดังนั้นบรรดาทุกคนที่กำลังคิดจะออกกำลังกายคุณไม่ควรพลาดที่จะตามรอยของดารานักแสดงเหล่านี้ซึ่งพวกเธอนั้นได้ออกกำลังกายอย่างจริงจังและอย่างหนักเพื่อให้ได้หุ่นที่ดีกลับมานั่นเองดังนั้นหากบรรดาสาวสาวคนไหนอยากมีหุ่นดีเหมือนกับนางเอกสาวชมพู่อารยาแล้วแล้วก็คุณไม่ควรพลาดที่จะติดตามเธอสำหรับการออกกำลังกายและการทานอาหารของเธอซึ่งเชื่อได้เลยว่ามันจะส่งผลดีและทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักและทำให้คุณมีหุ่นดีได้เหมือนนางเอกสาวชมพู่อารยาอย่างแน่นอนดังนั้นคุณไม่ควรพลาดที่จะออกกำลังกายโดยเด็ดขาดนะคะ

เผย 7 เคล็ดลับกินข้าวเหนียวมะม่วงให้อร่อยและมีสุขภาพดี

1.กินมะม่วงมากกว่ากินข้าวเหนียว เช่น กินมะม่วงสุกครึ่งลูก ก็จะได้พลังงาน 70 กิโลแคลอรี และข้าวเหนียวให้กิน 1 ขีด โดยจะให้พลังงาน 280 กิโลแคลอรี เมื่อรวมกันแล้วได้350 กิโลแคลอรี

 

2.กินข้าวเหนียวมะม่วงช่วงเวลากลางวัน เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องใช้พลังงานทำกิจกรรมต่างๆ ควรจะหลีกเลี่ยงการกินมื้อเย็น เพราะร่างกายไม่ได้เผาผลาญ ก็จะเกิดเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้

 

3.ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ต้องระมัดระวัง เพราะมีน้ำตาลสูง แนะนำให้ควรกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

 

4.คนสุขภาพดี แลไม่มีโรคประจำตัว อาจจะกินได้มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าข้าวเหนียวมะม่วงนั้นให้พลังงานเทียบเท่ากับการกินอาหารมื้อหลัก 1 มื้อเลยทีเดียว

 

5.เลือกกินข้าวเหนียวดำ (ถ้าเป็นไปได้ค่ะ) หรือข้าวเหนียวที่มูนด้วยน้ำกะทิที่ผสมสีจากธรรมชาติ เช่น ดอกอัญชัน แครอต ขมิ้น และใบเตย  ซึ่งจะได้รับสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่ากินข้าวเหนียวขาว

 

6.กินมะม่วงแก่จัด เพื่อให้ได้รสชาติที่ดี   และสารอาหารจากมะม่วงครบถ้วนอีก ควรซื้อมะม่วงที่แก่จัด และควรปล่อยให้สุกตามธรรมชาติเอง  วิธีการสังเกตคือ มะม่วงที่แก่จัดนั้นผลจะอวบหน่อย  ด้านล่างของมะม่วงจะไม่แหลมมกา  ส่วนมะม่วงที่เก็บมาตอนไม่แก่จัดนั้น แล้วนำมาบ่มแก๊สผิวจะเหี่ยวสังเกตง่าย

 

7.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง  ควรกินมะม่วงสุกกินครั้งละไม่เกิน 1 ผล  มีขนาดกลาง  และใน 1 สัปดาห์ไม่ควรกินเกิน 2 ครั้ง  ผู้ป่วยโรคไตควรงดกินมะม่วงสุกเลย เพราะมีปริมาณโพแทสเซียมสูงมาก

 

อาหารทุกอย่างนี้เปรียบเสมือนดาบสองคมคือมีได้ทั้งประโยชน์และโทษ  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินด้วย ถ้าเรากินแต่พอดีก็จะไม่เกิดโทษ  แต่ถ้าเรากินมากเกินไปก็ให้โทษต่อร่างกายได้